สุขภาพ

บทความพระพุทธ
สุขภาพดีวันพระหมายถึง
ดูแลสุขภาพหลวงปู่ชา1
อาหารสุขภาพกาลามสูตร
อาหารเสริมเพ่งกสิน 
สมุนไพรโพชฌังคปริตร
บทความอื่น 

  remahealth

บทความสุขภาพ
+ ลดกินแป้ง ลดสิว
+กล้ามท้องที่เซ็กซี่
+Article Health
+ หนังสือสุขภาพ
+Rema Books

remahealth
สมุนไพรไทยสมุนไพร
+ทองพันชั่ง 
+กระเทียม-มะนาว

+
น้ำมันขิง
+
กระเจี๊ยบแดง 
+พาร์สเลย
+กระชาย
+มะขาม 
+หญ้าดอกขาว 
+เม็ดแมงลัก
อ่านบทความอื่น

สุขภาพดีสุขภาพผู้สูงอายุ
+บัตรทอง
+อาชีพผู้สูงอายุ
+กองทุนการออม
+เดินเร็วอายุยืน 
+
กินจืดยืดชีวิต
อ่านบทความอื่น

บทความสุขภาพ อาหารสุขภาพ สุขภาพผู้หญิง สุขภาพผู้ชาย
Custom Search

กรรมฐานของคนที่เกิดวันอาทิตย์

 

ดาวอาทิตย์ ตามตำราโหราศาสตร์ ถ้าพูดถึงนิสัย ก็หมายถึง นิสัยที่เย่อ
หยิ่ง ค่อนข้างจะถือตัว ฆ่าได้ แต่หยามไม่ได้ ละก็มีลักษณะใจร้อน คล้ายๆลักษณะของดวงอาทิตย์ คือชอบอะไรเร็วๆ คนที่มีลักษณะนิสัย
อย่างนี้ ถ้าอยากจะฝึกกรรมฐาน ก็ควรฝึกกรรมฐาน ดังต่อไปนี้ คือ


1. จตุธาตุววัตถาน คือการพิจารณาร่างกาย ให้เห็น เป็นแต่เพียงธาตุ 2. มรณัสสติ คือการนึกถึงความตายเป็นอารมณ์
3. พรหมวิหาร คือการแผ่ความรักความสงสารไปยังเพื่อนมนุษย์
4. วิปัสสนากรรมฐาน
ทำไมจึงแนะนำให้เจริญกรรมฐานทั้ง 4 นี้ เพราะเพื่อแก้นิสัยที่เป็นจุด
อ่อน ดังต่อไปนี้

- นิสัยเย่อหยิ่ง ถือตัว ต้องแก้ด้วย จตุธาตุววัตถาน, มรณัสสติ หรือ
วิปัสสนากรรมฐาน เพื่อให้เห็นความจริงของร่างกาย จะได้คลายจาก
ความถือตัวถือตนลง
- นิสัยใจร้อน ต้องแก้ด้วยการเจริญพรหมวิหาร เพื่อทำจิตใจให้เย็นลง ถ้าจะลงมือปฏิบัติจะทำอย่างไร อย่างการเจริญ "จตุธาตุววัตถาน" ได้
แก่การพิจารณาร่างกายให้เห็นเป็นแต่เพียงธาตุ 4 เราก็ต้องแยกแยะ
เป็นว่าอะไรเป็นธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม และธาตุไฟ  

ธาตุดิน ได้แก่ พวกที่เป็นของแข็งในร่างกาย คือโครงกระดูก, เล็บ, ฟัน, เอ็น ฯลฯ

ธาตุน้ำ ได้แก่ พวกที่เป็นของเหลวในร่างกาย คือ น้ำเลือด, น้ำลาย,
น้ำปัสสาวะ ฯลฯ เป็นต้น

ธาตุลม ได้แก่พวกที่เป็นอากาศเคลื่อนไหวที่เห็นได้ชัดก็คือลมหายใจ เข้าออก หรือที่ภาษาพระท่านเรียกว่า ลมอัสสาสะ - ปัสสาสะ

ธาตุไฟ
ได้แก่ความอบอุ่น หรืออุณหภูมิ ในร่างกายนี่เอง

ได้ประโยชน์อย่างไรกับการแยกธาตุทั้ง4
คือ ทำให้เราได้เห็น ความจริงว่า ร่างกาย ที่เราเคยยึดมั่นถือมั่น โดย
ความเป็นตัวเราของเรานั้น ที่แท้ ก็เป็นแต่เพียงธาตุ 4 อย่าง มาประชุม
กันขึ้นเท่านั้น มันไม่ได้มีความเป็นสัตว์บุคคลตัวตนเราเขา แต่ประการ
ใดเลย ในเมื่อมันไม่ได้มี ความเป็นตัวเป็นตนอย่างแท้จริง ควรแล้ว
หรือ ที่เราจะถือตัวในเมื่อตัวจริงๆ มันก็ไม่มีให้ยึดถือ มีแต่ธาตุ 4 ที่
รอเวลาเสื่อม รอเวลาสิ้นเท่านั้น แล้วเราจะถือตนถือตัวให้มันหนักใจ
ไปทำไม

กรรมฐานที่จะช่วยละคลายความเย่อหยิ่ง ถือตัว อย่างที่ 2
นั่นก็คือ กรรมฐานที่ชื่อว่า มรณัสสติิ ถึงแม้จะเป็นการระลึก ถึงความ
ตาย แต่ก็ไม่ใช่ระลึก เพื่อจะให้เราเกิดความหวาดกลัว แต่ระลึก เพื่อไม่
ให้ประมาทต่างหาก ความตาย ทุกคนรู้ ว่าไม่มีใครหลีกพ้นแต่ทุกคน
ก็อดที่จะหวั่นหวาดเสียมิได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนที่ไม่นึกถึงความ
ตาย พอต้องเผชิญหน้ากับความตายเข้าจริงๆ ก็อดใจหายมิได้ให้เรามา
นึกถึงความตาย ในแง่ของความเป็นจริงว่า คนเราเมื่อตายแล้ว ศักดิ์ศรี
ที่เคยมีทุกอย่าง มันก็หมดไปด้วย

การนึกถึงความตายหรือเจริญมรณัสสติบ่อยๆ มันก็ช่วยทำให้การถือ
ตนถือตัวลดน้อยลงไปได้เหมือนกัน

เจริญวิปัสสนากรรมฐานที่จะละคลายความถือตนถือตัว อย่างสุดท้าย
และถือว่า เป็นสุดยอดของการละคลายกิเลส ในใจ เรื่องของการเจริญ
วิปัสสนา หลักใหญ่ๆ ก็อยู่ที่ว่า ทำอย่างไร จึงจะมี สติเห็นความจริง เพิกถอนสิ่งสมมุติ (คือความเป็นสัตว์บุคคล ตัวตนเราเขา)ออกจากใจ
เสียได้แล้วเข้าไปเห็น ความจริง คือความเป็น รูป และ นาม เท่านั้น แค่นั้นยังไม่พอ เมื่อเห็นว่า ชีวิตของมนุษย์เรา มีแต่ธรรมชาติ 2 อย่าง ที่เรียกว่า รูป และนาม แล้ว ก็จะต้องเห็นความจริงต่อไปว่า รูปและ
นามทั้งหลายเหล่านั้น ก็ล้วนมีความจริง อิงอาศัยอยู่ความจริงที่ว่า ก็
คือ ไตรลักษณ์ หรือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา นั่นเอง เมื่อเห็นรูปนาม

โดยความเป็น อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา โดยประจักษ์ชัดแล้วมันก็จะเกิด
ความเบื่อหน่าย ( นิพพิทา ) คลายความติดใจ ( วิราคะ ) และหลุด
พ้น ( วิมุตติ ) จากการยึดมั่นถือมั่นในที่สุด… นี่แหละคือสุดยอดอุบาย
วิธี ที่จะละความเย่อหยิ่งถือตัวล่ะ

เจริญพรหมวิหาร กรรมฐานอีกข้อหนึ่ง ซึ่งจะช่วยละนิสัยใจร้อน การ
เจริญพรหมวิหารคือการแผ่ความรักและความสงสารไปยังเพื่อนมนุษย์
และสรรพสัตว์ทั้งหลาย วิธีแผ่ที่ง่าย และได้ผลก็คือ แผ่ความรู้สึกรัก ไปยังคนอื่น สัตว์อื่น ให้มีความรักในบุคคลเหล่านั้น เหมือนกับเป็น
ญาติมิตร หรือลูกหลานของเราจริงๆ พูดง่ายๆ คือ พยายามทำความ
รู้สึกว่า ถึงแม้เขาจะไม่ใช่ลูกหลานของเรา แต่ก็ให้รักเขา เสมือนเป็นลูก
เป็นหลานนี่แหละ คือความรู้สึกที่เรียกว่า เมตตา

แผ่เมตตา คือแผ่ไปยังคนรอบข้าง และสัตว์รอบข้าง และ พยายามนึก
แผ่ออกไปให้ไกลที่สุด เท่าที่จะไกลได้ การแผ่เมตตา จะช่วยทำให้ใจ ที่เคยร้อน มีความสงบเย็นลงอย่างไม่น่าเชื่อใครที่รู้ตัวว่าเป็นคนใจร้อน ควรลองทำดู ได้ผลที่ดีจริงๆ

Post 070216
ข้อมูลอ้างอิงจากwww.dhammathai.org/
บทความพระพุทธศานา กรรมฐานประจำวันเกิด

                                                    

สุขภาพดีดีหน้าต่างสุขภาพ

+สุขภาพผู้หญิง
+สุขภาพผู้ชาย
+สุขภาพเด็ก
+สุขภาพวัยรุ่น
+ผู้สูงอายุ
สุขภาพดี
อาหารสุขภาพสถานที่เที่ยวไทย

โรคภัยไข้เจ็บการรักษาโรค
+ภูมิคุ้มกัน
+ไข้เลือดออก

+คลายเครียด
+
เดินเร็วอายุยืน
+เสริมธาตุเหล็กอ่านบทความอื่น


อาหารสุขภาพอาหารสุขภาพ
+แป้งสเปลท
+เห็ดเข็มทอง
+เมล็ดเชีย
+กาน่าฉ๋าย
+ชะคราม
+
ข้าวไรซ์เบอร์รี่
+โก้โก้มากคุณค่า
บทความอื่น 

อาหารสุขภาพบทความสุขภาพ
ลดน้ำหนัก
+อาหารคนรักวิ่ง
+ป.ย.ของแอโรบิก
+กินจุบกินจิบ
+แขม่วท้องลดพุง
+แกว่งแขนลดพุง
อ่านบทความอื่น