ผัก 10 ชนิด พบสารพิษตกค้างมากที่สุด 6 อันดับอาหารเช้ายอดฮิต เมนูไหนมีประโยชน์มากที่สุด


หน้าต่างสุขภาพ


 

Custom Search

 

Idocs Guide to HTMLControl your Emotion

6 อันดับอาหารเช้ายอดฮิต เมนูไหนมีประโยชน์มากที่สุด

ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์อายุรวัฒน์ (Ani-Aging) นพ.กฤษดา ศิรามพุชผู้อำนวยการสถาบัน
เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ  จะมาบอกว่าเมนอาหารเช้าูไหนเยี่ยมสุด 6 อันดับอาหารเช้า
ยอดฮิต

แครอทชะลอแก่

1 ต้มเลือดหมู เป็นอาหารเช้าเพื่อสุขภาพที่สุดเพราะ เนื่องจากว่าในเลือดหมูมีธาตุเหล็ก และในผัก
เช่น ใบตำลึง จะมีวิตามินซีเยอะ ธาตุเหล็กต้องมีวิตามินซี มันถึงจะดูดซึมได้ดี เช่นเดียวกับที่วิตามินซีก็
ต้องมีธาตุเหล็กมันถึงจะดูดซึมเข้าไปในร่างกายได้ดี ....ในเลือดหมูมีคอลลาเจนในน้ำต้มกระดูกก็มีคอล
ลาเจนทั้งยังมีผักเขียวที่มีวิตามินซี ก็ยิ่งทำให้คอลลาเจน ดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ดีอีกด้วย ดังนั้นต้มเลือด
หมู ถือว่าเป็นอาหารเช้าเพื่อสุขภาพที่ดีต่อร่างกาย

Sticker line

2 ขนมปัง + ไข่ดาว เป็นอาหารเช้าเปี่ยมประโยชน์จะต้องเป็นขนมปังโฮลวีท (whole wheat)
และไข่ดาวน้ำ หรือไข่ต้ม (ที่ไร้น้ำมัน)อาหารเช้าควรเพิ่มอาหารจำพวกโปรตีนถือว่าเหมาะมาก
เพราะโปรตีนจะกระตุ้นให้รู้สึกกระฉับกระเฉงอาหารเช้าง่ายๆ เช่น ไข่ต้มไข่ต้ม, ไข่ลวก, ไข่ดาวน้ำ
โรยซีอิ้วขาว โรยพริกไทยก็ยิ่งดีเพราะพริกไทยช่วยกระตุ้นการเผาผลาญ และลดไขมันได้ด้วย

ส่วนขนมปังโฮลวีท เป็นแป้งที่มีคุณภาพ คือ แป้งมีกาก มีธัญพืชทั้งหลาย โดยอาจนำขนมปังขนม
ปังโฮลวีท มาทำเป็นแซนวิช (sandwich) ไข่ เพิ่มผักอีกสักหน่อย ก็ยิ่งทำให้ร่างกายดูดซึมได้ดี
ขึ้น กินกับนม นมก็มีโปรตีน และกรดอะมิโน (Amino acid) ที่ช่วยกระตุ้นสมอง หรืออาจจะเป็น
โยเกิร์ต(Yoghurt) แทนได้ เพราะโยเกิร์ตคือ นมที่ย่อยแล้ว และไม่ทำให้ห้องเสีย ถือเป็นอาหาร
เช้าชูกำลังแทนการดื่มกาแฟ
ดาหลาเพื่อสุขภาพ

อาหารเช้า ไม่ควรจะรสจัดเกินไป เพราะในตอนเช้ายังไม่มีน้ำย่อยเยอะ และกระเพาะอาหารยังไม่
ขยับเต็มที่ หากเรากินอาหารเช้าที่มีความมัน หรือเผ็ดเกินไป มันจะทำให้เกิดข้อเสียมากกว่า

3 ขนมครก + กาแฟ ขนมครกอาจจะมีปัญหาตรงที่มันมีแป้ง แต่ข้้อดีคือ มีกะทิ ซึ่งกะทิเป็น
ไขมันดี เป็นกลุ่มของไขมัน มีเดียม-เชน ไตรกลีเซอไรด์ (Medium-chain triglycerides)
เป็นไขมันที่ร่างกายขับออกได้ดี ซึ่งเรามักเข้าใจว่ากะทิก่อให้เกิดอันตราย แต่จริงๆ แล้วกะทิถือเป็น
ของดี เพราะในมะพร้าวมีวิตามินอี ที่ช่วยบำรุงผิวด้วย และหน้าของขนมครก ก็จะเป็นโรยด้วยเผือก,
ต้นหอม, ข้าวโพด ซึ่งดีต่อสุขภาพและ็จะมีวิตามินเอ ซึ่งวิตามินเอ ต้องอาศัยไขมันจากกะทิในการ
ดูดซึมดังนั้นก็เข้ากันพอดี กินขนมครกกับชา หรือกาแฟ ก็ถือว่าดีเพราะขนมครกเข้าไปรองท้อง
ร่างกายจะได้ไม่ต้องดูดซึมคาเฟอีนเข้าไปแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย แต่ต้องระวังอย่าทานขนมครก
มากเพราะร่างกายจะได้รับแป้งและน้ำตาลมากเกินไป จะทำให้หิวเร็ว




4 โจ๊กหมู ตัวโจ๊กจะมีปลายข้าว รำข้าว ถ้าเยอะไปก็ทำให้หิวเร็วได้เช่นกัน เพราะมันคือ แป้งที่
ทำให้เราหิวเร็วได้ ส่วนสิ่งที่ควรจะกินคู่กับโจ๊กหมูคือ ขิง และต้นหอม เพราะขิงจะช่วยระบบเผา
ผลาญในร่างกาย และทำให้ไม่รู้สึกเลี่ยน ต้นหอม ช่วยในเรื่องลดไขมันและควบคุมน้ำตาล

ประโยชน์ของโจ๊กที่ทำจากปลายข้าวแท้ๆแล้วผสมจมูกข้าวนั้นจะได้วิตามินอี (Vitamin E)
และ แกมมา ออริซานอล (Gamma-Orizanal) ซึ่งเป็นสารแอนตี้ออกซิแดนท์ ที่มีในข้าว 
หรือรำข้าว และถ้ายิ่งได้โจ๊กที่ทำจากข้าวกล้องงอกจะยิ่งดีมาก เพราะมันจะมี กาบา(Gaba)
ที่ทำให้สมองร่าเริง ข้อควรระวังคือ อย่ากินโจ๊ก คู่กับปาท่องโก๋ เพราะนั่นคือการนำแป้งมาจิ้ม
แป้ง และควรระวังหมูสับ อาจมีคอเลสเตอรอล เครื่องในและน้ำต้มกระดูก เป็นแหล่งของกรด
ยูริคและคอ-เลสเตอรอล  ควรกินพออิ่ม อย่ามากเกินไป


 5 ข้าวเหนียว+ หมูปิ้ง ถ้าเทียบกับโจ๊กแล้ว ข้าวเหนียวหมูปิ้งก็เป็นตัวที่สลับกันทานกับ
โจ๊กได้ เพราะ อย่างน้อยในข้าวเหนียว ก็จะมีกลูเตน(Gluten) หรือไฟเบอร์เยอะกว่าข้าว
และถ้ายิ่งได้กินหมูปิ้งกับข้าวเหนียวดำ มันก็จะมี โอพีซี(OPC) สารสีม่วงซึ่งเป็นสารต้าน
อนุมูลอิสระที่อยู่ในข้าวเหนียวดำด้วย

ส่วนหมูปิ้งมีเทคนิคการกินคือให้เลือกหมูปิ้งในส่วนที่มีมันค่อนข้างน้อยเพราะ เมื่อไหร่ไขมัน
ไปสัมผัสกับความร้อนมันจะเพิ่มอัตราเสี่ยงของการเกิดสารก่อมะเร็งขึ้น ดังนั้นให้เลือกมัน
น้อยๆ นอกจากนี้เรื่องถ่านที่ปิ้งหมูก็ต้องระวังเรื่องของสารปนเปื้อนที่มาจากถ่านที่ไม่ได้คุณ
ภาพด้วย เพราะพวกนี้อาจจะมียาฆ่าแมลงที่ติดมากับไม้ที่นำมาทำเป็นถ่าน หรือหากเขาใช้
ไม้เฟอร์นิเจอร์ (Furniture) มาทำเป็นถ่านก็ยิ่งต้องระวัง เพราะไม้พวกนี้เขามีการพ่น
ปลวก พ่นสารเคมีเอาไว้ อาจจะทำให้เราได้รับสารเคมีได้



6 น้ำเต้าหู้ + ปาท่องโก๋ คุณหมอระบุว่า ปาท่องโก๋นั้น ถือเป็นอาหารที่สุ่มเสี่ยงจะทำให้
อ้วนได้ง่าย เพราะกินแล้วหิวเร็ว ส่วนน้ำเต้าหู้นั้น ถือเป็น อาหารล้างบาปให้กับปาท่องโก๋
ที่กินเข้าไป เพราะน้ำเต้าหู้ สารอาหารที่ช่วยเรื่องสุขภาพ ทั้งโปรตีน(Protein),แอนตี้
ออกซิแดนท์(Antioxidant),เปปไทด์ (Peptide) หรือถ้ายิ่งเป็นน้ำเต้าหู้ใส่ธัญพืช
ก็จะมีไฟเบอร์ (Fiber) ที่ช่วยไล่ไขมันในปาท่องโก๋ได้ และช่วยไม่ให้แป้งในปาท่องโก๋ ดูดซึม
เร็วเกินไป จนทำให้หิวง่าย นี่คือภูมิปัญญาของคนไทย

แต่ควรกินปาท่องโก๋วันเว้นวัน เนื่องจากในปาท่องโก๋มีสารตัวหนึ่งที่ก่อมะเร็งได้นั่นคือกลุ่ม
ของอะคริลาไมด์ (Acrylamide) ตัวนี้จะเกิดในพวกของทอด และอาหารทอดน้ำมันซ้ำ

อีกหนึ่งเมนูต้องห้ามนั่นก็คือปาท่องโก๋จิ้มนมข้น อันนั้นเรียกว่าคาร์โบไฮเดรต จิ้มคาร์โบ-
ไฮเดรต หรืออ้วนจิ้มอ้วนเลย เพราะนมข้นหวานทำจากหางนม แล้วปรุงรสด้วยน้ำตาล,
น้ำเชื่อม เพราะฉะนั้นถ้ากินปาท่องโก๋ กับนมข้น ข้อเสียคือ ทำให้เราติดหวาน หากมื้อ
เช้ามื้อนั้นเรากินปาท่องโก๋ จิ้มนมข้น มันอาจจะทำให้รู้สึกมีความสุข เพราะได้น้ำตาล
แต่มันจะทำให้หิวเร็ว คุณหมอกฤษดา อธิบายปิดท้าย

ข้อมูลจาก หนังสือพิมพ์ ASTV ผู้จัดการ
FoodHealthรวมบทความอาหารเช้าเพื่อสุขภาพ 51112

สุขภาพผู้หญิง
สุขภาพผู้ชาย สุขภาพเด็ก สุขภาพวัยรุ่น ผู้สูงอายุ การรักษาโรค
ลดน้ำหนัก ออกกำลังกาย ผิว ดวงตา ผม ทำงาน การนอน พระพุทธศาสนา





Copyright2010©remahealth.com All rights reserved by RMWD